ชีวประวัติ Nikola Tesla อัจฉริยะเปลี่ยนโลก ( ตอนที่ 2/2 )

[ ความเดิม จากตอนที่ 1/2 ]
ช่วงนั้น Nikola คิดค้นขดลวดเทสลา ( Tesla coil ) ได้สำเร็จ เป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดการส่งกระแสไฟฟ้าเดินทางผ่านอากาศ โดยไม่ต้องใช้สายไฟ  หรือที่เรียกว่า

“พลังงานไร้สาย หรือ Wireless”

Tesla coil

เขาทดลองสร้าง Tesla coil ขนาดยักษ์เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงมาก จนสามารถส่งกระแสไฟ 10,000 วัตต์ ผ่านอากาศและสามารถจุดดวงไฟที่อยู่ห่างออกไป 40 กิโลเมตรได้มากกว่า 200 ดวง

ปี 1890 – 1896 เขาทุ่มเทกับการทดลองคลื่นวิทยุ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นระบบการสื่อสารทั่วโลก

เมื่ออายุ 35 ปีเขาได้สิทธิเป็นพลเมืองอเมริกา

ภาพมือของ Nikola ในขณะที่ค้นหารังสี X-Ray โดยบังเอิญ

ปี 1894 เขาค้นพบรังสี X-Ray โดยบังเอิญในระหว่างการทำงานในห้องทดลอง

ปี 1895 เขาตั้งบริษัท Nikola Tesla Company แต่หลังจากนั้นไม่นาน  ตึกอาคารที่เขาพักอยู่นั้น

“ห้องทดลองเกิดไฟไหม้”

ทำให้สิ่งประดิษฐ์และข้อมูลบันทึกการทดลองของเขาสูญสิ้น  แทบไม่เหลือสิ่งใดให้ทำงานต่อได้

ปี 1897 บริษัท Tesla ขายทรัพย์สินทางปัญหาที่เกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับให้แก่ Westinghouse และ General Electric

ปี 1898 เขาคิดค้นคลื่นวิทยุรีโมทคอนโทรล ( Radio remote control ) ได้สำเร็จ และนำเสนอแก่กองทัพสหรัฐใช้ควบคุมตอปิโด

ปี 1899 เขาสร้างเสาสูงขนาด 41 เมตร เพื่อทดลองการส่งสัญญาณไปยังดาวดวงอื่น เขาเชื่อว่าเขาสามารถส่งคลื่นสัญญาณสื่อสารระหว่างดวงดาว

ปี 1990 เขาเริ่มสูญเงินไปกับการทดลองจำนวนมากมาย และ

“ไม่เหลือเงินสำหรับใช้จ่าย”

Wardenclyffe

จึงต้องย้ายที่อยู่ใหม่

ปี 1901 เขาสร้างอาคารขนาดใหญ่สูง 57 เมตร ชื่อว่า Wardenclyffe เพื่อทดลองการส่งคลื่นวิทยุระยะไกลข้ามประเทศ โครงการนี้ใช้เงินลงทุนมหาศาล โดยมีผู้สนับสนุนทางการเงินให้   แต่ยังทดลองไม่สำเร็จ  หนี้จำนวนมากก็ทำให้โครงการนี้ต้องหยุดลง

ในระหว่างนั้นมีนักประดิษฐ์ชาวอิตาลีชื่อ Marconi ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนว่าสามารถส่งคลื่นวิทยุระยะไกลได้  โดยอ้างว่าเป็นผู้คิดค้นคลื่นวิทยุเป็นคนแรก ต่อมา Marconi ได้รับรางวัลโนเบล  ทำให้เกิดข้อกังขาว่าระหว่าง Tesla และ Marconi

 

ใครคือผู้คิดค้นคลื่นวิทยุกันแน่ ?

Marconi ได้รับการสรรเสริญและได้รับเงินทุนจากนักลงทุนมากมาย  ก่อตั้งบริษัท Marconi Company  และที่สำคัญ Marconi ได้การสนับสนุนจาก General Electric บริษัทของ Edison คู่ปรับเก่าของ Nikola

ปี 1906 เมื่อ Nikola อายุ 50 ปี เขาคิดค้นกังหันไร้ใบพัด ( Bladeless Turbine ) ในเวลาต่อมา แนวคิดนี้ถูกนำไปสร้างเครื่องกำเนิดไฟขนาดใหญ่

ปี 1915 Nikola ฟ้อง Marconi Company

“เข้าสู่วัยชรา”

เขาพยายามนำเสนอแนวคิดที่ยิ่งใหญ่แต่อาจจะคิดเร็วและมาเร็วเกินกว่าการยอมรับของมนุษย์  เช่น  “คลื่นยักษ์ของเทสลาในการทำสงคราม”, “การนอนหลับด้วยไฟฟ้า”, “วิธีส่งสัญญาณไปดาวอังคาร” ฯลฯ  ผู้คนจึงเริ่มเรียกเขาว่า

“นักวิทยาศาสตร์เพี้ยน”

ปี 1922 – 1934 ( ช่วงอายุ 66-78 ปี ) Nikola แทบไม่มีเงินดำรงชีพ  เขาต้องย้ายที่อยู่ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า  ทุกวันเขาจะให้อาหารนกพิราบ  มีวันหนึ่งเขาพบพิราบปีกหัก  เขาจึงนำมาดูแลและหมดค่าใช้จ่ายในการดูแลนกตัวนั้นไปจำนวนมาก  โดย Nikola กล่าวว่า

“ในแต่ละปี ผมให้อาหารนกพิราบหลายพันตัว แต่มีนกสวยสีขาวตัวหนึ่ง มีปลายสีเทาอ่อนอยู่บนปีก มันแตกต่างจากตัวอื่นๆ มันเป็นตัวเมีย ผมเรียกมันแล้วมันบินมาหาผม ผมรักนกพิราบตัวนี้เหมือนผู้ชายชอบผู้หญิง และเธอก็รักผม  ขอเพียงแค่ผมมีเธอ นั่นคือเป้าหมายของชีวิตผม

ช่วงท้ายปลายชีวิต จากนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ช่วยให้มนุษย์ได้ใช้แสงสว่างทุกครัวเรือน กลายเป็นบุคคลที่สาธารณชนไม่อยากเข้าใกล้  และดูถูกเหยียดหยาม

ปี 1934 เขาย้ายที่อยู่มาที่โรงแรม New Yorker โดยมีบริษัท Westinghouse ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิตให้เขาทั้งหมด

ปี 1937 (อายุ 81 ปี) กลางดึกคืนนึง Nikola ออกไปให้อาหารนกพิราบ  ขณะข้ามถนน เขาหลบรถแท็กซี่แล้วล้มลงพื้น หลังของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

“กระดูกซี่โครงหัก”

แต่ไม่มีใครทราบและเขาก็ปฏิเสธการรักษา

ปี 1940 หลังวันเกิดครบรอบ 84 ปีไม่กี่วัน เขาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า

“ผมพร้อมที่จะเปิดเผยความลับเกี่ยวกับพลัง Teleforce ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา พลังนี้มีอานุภาพหลอมละลายเครื่องยนต์ของเครื่องบินจากระยะไกลถึง 250 ไมล์ ทำให้สามารถสร้างแนวกำแพงป้องกันรอบประเทศแบบกำแพงเมืองจีน แต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า”

ปี 1943 (อายุ 86 ปี) ณ โรงแรม New Yorker ห้อง 3327 ซึ่งเป็นเลขที่เขาชอบ ประตูหน้าห้องติดป้ายว่า “ห้ามรบกวน” ภายในถูกพบว่า Nikola Tesla เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ซึ่งไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่นอนของการเสียชีวิตได้ แต่มีการคาดว่าน่าจะอยู่ระหว่างช่วงบ่ายของวันที่ 5 มกราคม ถึงช่วงเช้าของวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1943

หลังจาก Nikola เสียชีวิต ศาลได้ตัดสิน

ว่า Marconi ใช้เทคนิคและวิธีของ Nikola Tesla ในการสร้างคลื่นวิทยุ

โดยตลอดชีวิตของเขานั้นถูกคนในวงการวิทยาศาสตร์ดูถูกในความคิดของเขาที่ดูจะเพี้ยนๆ อีกทั้งประชาชนทั่วไปก็แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อของเขาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นในการ์ตูนยอดฮิตเรื่อง

“ซูเปอร์แมน”

ยังนำชื่อของเขาและสิ่งประดิษฐ์ของเขามาแต่งเป็นเรื่องราว เกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ชื่อ “Tesla” ที่พยายามทำลายล้างโลกด้วยเครื่องยิงลำแสงมหาประลัย หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Death Ray

หลังจากเขาเสียชีวิต ประธานาธิบดี เจ. เอดการ์ ฮูเวอร์ (J. Edgar Hoover) ได้ส่งบันทึกไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า

“เรื่องราวทุกของ Nikola ต้องถูกจัดการอย่างลับที่สุด”

และทุกฝ่ายต้องรักษาความลับของสิ่งประดิษฐ์ของเขาให้เป็นความลับตลอดไป ด้วยเหตุนี้ งานทั้งชีวิตของเขาถูกรัฐบาลอเมริกันตีตรา “ลับที่สุด” และห้ามใครพูดถึงในที่สาธารณะจวบจน 100 ปีให้หลัง

ทศวรรษ 1980 ความคิดของเทสลาได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง ผลการวิจัยเรื่องการสูญเสียพลังงานในพัลซาร์ดาวคู่นิวตรอน (double neutron star pulsar) ชื่อ PSR 1913+16 ซึ่งขัดแย้งกับความเห็นไอน์สไตน์ในช่วงนั้น ได้ถูกพิสูจน์ว่าคลื่นแรงโน้มถ่วงมีอยู่จริง

100 ปีให้หลัง รังสีหายนะของ Nikola กลับกลายเป็นเรื่องจริง วงการวิทยาศาสตร์เพิ่งตามเขาทัน ในเรื่อง “รังสีหายนะ” (Death Ray ชื่อที่หนังสือพิมพ์ขนานนามขีปนาวุธ “โทรกำลัง” Teleforce ของเขา)

 

ด้วยเกียรติคุณของ NIKOLA
ณ ปี 2018 จึงมีนักประดิษฐ์คิดค้นยุคใหม่ ส่งรถที่ชื่อ TESLA ท่องขึ้นไปในจักรวาล

 

“Science is but a perversion of itself unless it has as its ultimate goal the betterment of humanity” — Nikola Tesla
“วิทยาศาสตร์จะเป็นเพียงสิ่งที่ดูเพี้ยน ถ้าปราศจากความตั้งใจใช้มันทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น”

“I don’t care that they stole my idea. I care that they don’t have any of thier own.” — Nikola Tesla
“ผมไม่แคร์ที่พวกเค้าขโมยความคิดของผมไป ผมแคร์ตรงที่พวกเขาไม่มีความคิดอะไรเป็นของตัวเองเลย”

“Be alone, that is the secret of invention; be alone, that is when ideas are born.” — Nikola Tesla
“การอยู่คนเดียวคือเคล็ดลับของการประดิษฐ์คิดค้น เมื่อใดที่อยู่คนเดียว เมื่อนั้นไอเดียจะบังเกิด”

“I do not think you can name many great inventions that have been made by married men.” — Nikola Tesla
“คุณไม่สามารถนึกถึงชื่อสิ่งประดิษฐ์ใดๆ ที่ถูกสร้างโดยคนที่แต่งงานแล้ว”

“Perhaps I failed, but I did my best, These masters of mine may do the rest.” — Nikola Tesla
“บางครั้งผมก็ล้มเหลว แต่ผมก็ทำให้ดีที่สุด นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พอจะทำได้”

“The opinion of the world does not affect me. I have placed as the real values in my life what follows when I am dead.” — Nikola Tesla
“ความคิดเห็นของผู้คนไม่มีผลกระทบต่อผม  ผมกำลังอยู่กับสิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงในชีวิต และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลหลังจากที่ผมเสียชีวิตแล้ว”

 

“ปัจจุบันเราอยู่บนโลกที่มองไปรอบตัว จะเห็นมรดกที่เขาทิ้งไว้”

ขอบคุณ NIKOLA TESLA

 

ติดตามบทความเทคโนโลยี
เวบไซท์ : www.hivetext.com
เฟสบุ๊ค : facebook.com/hivetext
ทวิตเตอร์ : twitter.com/hivetextthai

 

Reference :
https://en.wikipedia.org/wiki/Nikola_Tesla
http://www.pbs.org/tesla/ll/index.html
https://www.imdb.com/title/tt4262308/
http://blog.etcpool.com/2012/08/19/dedicated-to-nikola-tesla/
http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/25171-037137
http://web.archive.org/web/20091026223616/www.geocities.com/wongdeong/puy.html
https://th.m.wikipedia.org/wiki/ขดลวดเทสลา
https://en.wikipedia.org/wiki/Guglielmo_Marconi

สงครามกระแสไฟฟ้า ( The War of Current ) ระหว่าง Thomas Edison และ Nikola Tesla
Nikola Tesla corner ณ มหานครนิวยอร์ค
รูปปั้น Nikola Tesla มีป้ายคำว่า Free WiFi ( ใน Silicon Valley )
รูปปั้น Nikola Tesla ณ น้ำตกไนแอการา
เพื่อเป็นเกียรติสะดุดีแก่ Nikola นักประดิษฐ์คิดค้นยุคใหม่อย่าง Elon Musk ตั้งชื่อบริษัทรถไฟฟ้าของเขาว่า “Tesla”
แสดงความคิดเห็นกับบทความนี้